ต้องยอมรับว่าตอนนี้ สื่อดิจิทัลได้เข้ามาสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับนักการตลาดอยู่พอสมควร และมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่เป็นความท้าทายใหม่เกิดขึ้นในวงการโฆษณาและสื่อสารการตลาดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความนิยมในการทำการตลาดด้วย search marketing และการขยายตัวของ facebook อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แบรนด์ขนาดใหญ่จำนวนมากต่างหันมาใช้งบฯผ่านช่องทางดิจิทัลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ล่าสุด “ซินโนเวต” บริษัทวิจัยด้านการตลาด ได้ทำการวิจัยถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการบริโภคสื่อของวัยรุ่นในภูมิภาคเอเชีย (Young Asians) พร้อมกับเปรียบเทียบกับกลุ่มวัยรุ่นในภูมิภาคเอเชีย 11 ประเทศ โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 8-24 ปี จำนวน 917 คน ในเขตกรุงเทพฯ
“รัตตยา กุลประดิษฐ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ซินโนเวต ประเทศไทย บอกว่า จากผลการวิจัยพบว่า แม้ว่ากลุ่มดังกล่าวนี้จะใช้เวลาอยู่กับสื่อหลัก (traditional media) โดยเฉพาะสื่อทีวีอยู่ในอัตราที่สูง แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้หันไปบริโภคสื่อ “มือถือ” และ “โซเชียลมีเดีย” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยในส่วนของโทรศัพท์มือถือนั้นพบว่า 1 ใน 3 ของกลุ่มเด็กอายุ 8-14 ปีของไทยมีมือถือใช้แล้ว และหากมองในภาพรวม สัดส่วนการใช้มือถือของกลุ่มวัยรุ่นไทยสูงถึง 72% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของเอเชียอยู่ที่ 64% และยังใช้โทรศัพท์เพื่อพูด
คุยถึง 1.7 ชั่วโมง/วัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 49 นาที
ไม่เพียงแต่กลุ่มวัยรุ่นไทยจะมีมือถือมากกว่าประเทศอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นกลุ่มที่ใช้มือถือที่เป็นอะไรมากกว่าการสื่อสารธรรมดา โดยสำหรับเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้งฟังเพลง ฟังวิทยุ ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เล่นเกม ดาวน์โหลด คอนเทนต์ รวมถึงเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ก ฯลฯ
“จากการวิจัยครั้งนี้พบว่ามือถือที่กลุ่มวัยรุ่นใช้นั้นราว 60-70% เป็นมือถือแบบสมาร์ทโฟนที่มีแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการเชื่อมต่อโลกออนไลน์”
“รัตตยา” บอกด้วยว่า ไม่เพียงแต่มือถือเท่านั้นที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริโภคสื่อของกลุ่มวัยรุ่นไทย เครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ social network ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวันของกลุ่มวัยรุ่น จากการวิจัยครั้งนี้พบว่าวัยรุ่นไทยมีเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์กเฉลี่ยสูงสุดที่ 211 คน ขณะที่ค่าเฉลี่ยของเอเชียอยู่ที่ 140 คนเท่านั้น
นอกจากนี้ยังพบว่า 32% ของวัยรุ่นไทยมีส่วนร่วมในสังคมออนไลน์ที่ติดอันดับกิจกรรมสังคมออนไลน์ โดย 28% มีเว็บบล็อก 16% เข้าไปอ่านบล็อกโดยไม่มีการแสดงความคิดเห็น ขณะที่อีก 16% มีการแสดงความคิดเห็นและถามคำถามบนบล็อกของคนอื่น 27% เข้าร่วมในฟอรั่มหรือการสนทนากลุ่ม 13% เข้าไปร่วมพูดคุยในห้องสนทนาออนไลน์
และวัยรุ่นไทยยังติดอันดับในระดับภูมิภาคของการฟังวิทยุออนไลน์ ฟังเพลง และการค้นหาข้อมูล
“จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนและพัฒนาการของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากมือถือ ทำให้คาดการณ์ว่าจะมีวัยรุ่นอีกจำนวนมากที่เข้ามาใช้บริการต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ตจากมือถือ”
อย่างไรก็ตามงานวิจัยชิ้นนี้ยังได้ถามถึงความสำคัญของสื่ออื่น ๆ ในชีวิตประจำวันด้วย พบว่า 23% ของกลุ่มวัยรุ่นไทยบอกว่าไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีมือถือ (สูงกว่าถ้าเฉลี่ยของภูมิภาค 19%) 26% บอกว่าไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต 26% ไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีทีวี
ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มวัยรุ่นไทย (15-24 ปี) ยังยินดีที่จะได้รับข้อมูล ข่าวสาร และโฆษณาที่เข้ามาทางมือถือและอินเทอร์เน็ต โดย 27% ต้องการตอบรับการโฆษณาผ่านมือถือเพื่อจะได้รับของสมนาคุณ ขณะที่อีก 31% ต้องการได้รับโฆษณาผ่านมือถือ แม้ว่าจะไม่ได้รับของสมนาคุณเลยก็ตาม
เช่นเดียวกับในสังคมออนไลน์ 17% ของกลุ่มวัยรุ่นต้องการตอบรับการโฆษณาอินเทอร์เน็ตเพื่อจะได้รับของสมนาคุณ ขณะที่ 34% ต้องการได้รับโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตแม้ว่าจะไม่ได้รับของสมนาคุณก็ตาม
แนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็น “โอกาส” ที่ดีของนักการตลาดที่ต้องการสร้างแบรนด์และทำ การตลาดผ่านมือถือและสังคมออนไลน์ เพราะวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่มองหาช่องทางในการรับข่าวสาร ข้อมูลที่แปลกใหม่และทันสมัย แถมยังยินดีรับโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนที่สำคัญ “มือถือ” เป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แบบที่เรียกว่า anywhere…anytime…อีกด้วย
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
Related posts:




