Apple เทกระจาดสินค้าใหม่ iPod, iTunes, Apple TV

ผู้เขียน

Nuttaputch Wongreanthong Project Manager: Strategic Innovation Business - RS Plc. #mkttwit #appreview

Apple เทกระจาดสินค้าใหม่ iPod, iTunes, Apple TV

กลายเป็นงานที่เรียกเสียงฮือฮาได้อีกงานตามแบบฉบับของ Apple และ Steve Jobs เมื่อมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ล้นเวทีที่ San Francisco เมื่อเช้าวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา (ตามเวลาในต่างประเทศ)

สิ่งแรกที่ Steve Jobs แนะนำคือการอัพเดทเกี่ยวกับ Apple Store ที่เปิดใหม่สามแห่งซึ่งเป็น Flagship อันได้แก่ที่ปารีส เซี่ยงไฮ้ และลอนดอน พร้อมทั้งบอกสถิติล่าสุดของ Apple Store ที่มีมากกว่า 300 แห่งใน 10 ประเทศ ซึ่งมีการเก็บสถิติว่ามีคนเข้ามาที่ Apple Store ในบางวันมากกว่า 1 ล้านคนด้วยกัน

ลำดับต่อมาคือการอัพเดทเกี่ยวกับ iOS ซึ่งจะมีการปล่อยเวอร์ชั่น 4.1 ออกมาให้ดาว์นโหลดในอาทิตย์หน้า นอกจากนี้แล้ว Jobs ยังเล่าความสำเร็จของ iOS ว่าปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ใช้ iOS อยู่ในตลาดมากถึง 120 ล้านเครื่องและมียอด New Activate สูงถึง 230,000 เครื่องต่อวันเลยทีเดียว

สำหรับความสามารถหลัก ๆ ของ iOS 4.1 ที่เพิ่มขึ้นมานั้นคือการแก้ไขปัญหา Bug เก่า ๆ เช่น Proximity, Bluetooth และเพิ่มโหมดการถ่ายภาพแบบ High Dynanmic Range Photo (HDR) พร้อมทั้งการให้สามารถ Upload VDO แบบ HD ผ่านทาง WiFi ได้ รวมทั้งการให้สามารถเช่ารายการทีวีเพื่อดูผ่านอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ

หนึ่งใน Feature สำคัญของ iOS 4.1 ที่ Jobs ยกขึ้นมาพูดคือระบบ Gamecenter ที่จะทำให้อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ กลายเป็น Gaming Device ที่สามารถเล่นเกมแบบ Multiplayer ได้ทันที ซึ่ง Gamecenter ยังปล่อย API ให้ทางผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ App ของตัวเอง ซึ่ง Gamecenter ยังเอื้อต่อการให้ User สามารถส่ง Invitation ไปยังเพื่อน ๆ ของตัวเองเพื่อแข่งกับตนได้อีกด้วย

นอกจากนั้นแล้ว Jobs ยังโชว์ส่วนหนึ่งของ iOS 4.2 ที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาซึ่งจะถูกโฟกัสไปที่การยกระดับความสามารถของ iPad ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความสามารถด้าน Multitasking และ Printing จากตัวอุปกรณ์เอง โดย iOS 4.2 นี้มีกำหนดปล่อยให้ดาว์นโหลดในเดือนพฤศจิกายนนี้

หลังจากนั้น Jobs ก็เข้าสู่ช่วงสำคัญในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ในสายของ iPod ซึ่งทาง Apple ได้ทำการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เกือบทั้งหมด (ขาดแต่ iPod Classic ที่ไม่ได้ถูกหยิบมาพูด) ซึ่ง Jobs ยกว่านั่นคือจุดสำคัญที่ทำให้ iPod ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 275 ล้านเครื่อง

สำหรับ iPod Shuffle ตัวใหม่นั้น จะเป็นการผสมผสานระหว่าง 2Gen กับ 3Gen โดยนำข้อดีของแต่ละรุ่นมารวมกัน โดยนำระบบปุ่มของ 2Gen มารวมกับความสามารถ Voice Over Playlist ใน 3Gen โดยทำให้มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม สนนราคาอยู่ที่ 49$

สำหรับ iPod Nano น่าจะเป็นรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากที่สุด เนื่องจากมีการปรับหน้าจอเหลือเพียงแค่ Touch Screen ขนาดเล็ก ตัดส่วนที่เป็น Click-Wheel ออกไปโดยเพิ่มความสามรถ Multitouch สำหรับ Navigation แต่ยังคงไว้ซึ่งความสามารถเดิมครบครัน สนนราคาเริ่มต้นที่ $149

ในส่วนของ iPod Touch นั้น ได้มีการปรับให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ iPhone 4 ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Apple A4 Chip มีระบบแสดงผลด้วย Retina Display รวมทั้งติดกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อรองรับการใช้งาน Facetime

นอกจากนี้แล้ว Jobs ยังบอกอีกด้วยว่า iPod Touch กลายเป็น iPod ที่ขายดีที่สุดไปแล้ว พร้อมกับการทำยอดขายที่สูงเหนือ Portable Gaming Device อื่น ๆ อย่าง Nintendo และ Sony รวมกันเสียอีก อีกทั้งยังทำยอดดาว์นโหลดเกมและคอนเทนต์ด้านบันเทิงไปแล้วกว่า 1.5 พันล้านครั้ง เรียกได้ว่าเป็นสถิติที่ทำให้ iPod Touch กลายเป็น Portable Gaming Device อันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว

ลำดับต่อมาคือการ Upgrade โปรแกม iTunes เข้าสู่เวอร์ชั่น 10 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถต่าง ๆ ในการจัดการระบบ Alabum ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการเพิ่ม Feature ในส่วนของ Social Network for Music ภายใต้ชื่อว่า PING ซึ่งทำงานคล้ายกับการผสมผสานระหว่าง Facebook และ Twitter

การทำงานของ PING นั้นจะเอื้อให้เจ้าของ Account ของ iTunes ที่มีมากกว่า 160 ล้านคนทั่วโลกได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนรวมทั้งศิลปินดาราต่าง ๆ เกี่ยวกับ Content ในส่วนของเพลง เช่นฟังเพลงอะไร โหลดเพลงอะไร ชอบเพลงของใคร รวมทั้งการแสดงผลแบบ Dynamic เช่น Chart เพลงต่าง ๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือกติดตามคนที่ตัวเองต้องการรับทราบข้อมูลด้วยการกด Follow เหมือนกับ Twitter และนอกจาก Ping จะใช้งานบน iTunes 10 แล้ว ยังรันบนอุปกรณ์ที่ใช้ iOS อีกด้วย

ส่วนผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ Apple เปิดตัวคือการอัพเกรด Apple TV ตัวก่อนให้มีขนาดเล็กลง พร้อมทั้งเปลี่ยนระบบการทำงานจากเดิมที่ใช้วิธีเก็บข้อมูลไว้ในตัวเองและ Sync กับคอมพิวเตอร์  มาเป็นการดูรายการทีวี ภาพยนตร์ ด้วยความคมชัดระดับ HD ผ่านทางวิธี Streaming ด้วยอินเตอร์เนต โดยเก็บค่าใช้จ่ายเป็นค่าเช่าในการดูรายการนั้น (ภาพยนตร์อยู่ที่ $4.99 และ รายการทีวีที่ $0.99) นอกจากนี้หากใครที่เป็นสมาชิกของ NETFLIX สามารถใช้ Apple TV ตัวใหม่นี้ดู VDO Streaming จาก NETFLIX ได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Apple TV ตัวใหม่นี้ยังมาพร้อมกับขนาดที่เล็กกว่าเดิมถึง 1 ใน 4 และราคาที่ปรับลดลงจาก $229 เหลือเพียง $99 เหรียญเท่านั้น

ซึ่งนี่ก็เป็นแค่รายการสินค้าใหม่ ๆ จาก Apple ที่เปิดตัวในงานแถลงข่าวนี้ อย่างไรซะยังมีบทวิเคราะห์ที่ตามมาอีกมากมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Apple ว่าจะโดนใจตลาดมากน้อยแค่ไหน โอกาสการทำตลาดนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถติดตามอ่านได้ที่ #mkttwit เร็ว ๆ นี้

ข้อมูลและรูปประกอบ: engadget

Related posts:

  1. Apple ทำยอดขายทะลุเป้า แม้จะมีกรณี iPhone4
  2. PING – เกมรุกของ Apple กับ Social Network ของตัวเอง
  3. [ลือ] Apple เตรียมเปิดตัว iTV พร้อมดูรายการทีวี 99 Cent
  4. Ping มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคนแล้ว
  5. Apple ส่งเทียบเชิญแล้ว! 1 กันยายนนี้รู้กัน


ความเห็น :