
จากข่าวของกรุงเทพธุรกิจ เกี่ยวกับพีแอนด์จีปรับโฉมรุกสื่อใหม่ Social Media ก็มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยว่ากลยุทธ์นี้จะทำให้แพนทีนกลับมาตีโต้ได้อย่างไร ทั้งนี้คู่แข่งอย่างซัลซิลค์ก็ชิงที่ปูพรมด้วยแคมเปญ Co-Creation ทั้ง Traditional Ad และ Below the line กันกระหน่ำชนิดว่านำหน้าไปหลายช่วงตัวทีเดียว
ทีนี้ลองมาสรุปกลยุทธ์ของแพนทีนก่อนว่าจะทำอย่างไรบ้างเพื่อตอบโต้กลับ
1. ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์แชมพูและครีมนวด
2. เปิดช่องทางการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายผ่านทางสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย
3. ลงทุนด้านสื่อผ่านกลุ่มสื่อหลัก 3 ส่วน คือ เทรดดิชั่นนอลมีเดีย คือ กลุ่มทีวี 60% บีโลว์เดอะไลน์ 20% และ อื่นๆ อีก 20% แบ่งเป็นอินสโตร์มีเดีย และไทรอิน
4. เพิ่มแบรนด์แอมบาสเดอร์อีก 2 คน เพื่อประชาสัมพันธ์แพนทีนสูตรใหม่
ที่อาจะผ่านสายตาหลายคนไปคือกลยุทธ์ในข้อสองที่ดันกิจกรรมแคมเปญ “แชมพูปริศนา” (Mysterious Shampoo) ให้ Blogger ที่เป็น Influencer ได้มี Experience และเกิดการบอกต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ทางแพนทีนได้เปิดเผยมานั้นก็น่าสนใจไม่น้อย
ช่องทางออนไลน์ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ให้กับแพนทีน ในการเปิดตัวแชมพูสูตรใหม่ พบว่ามีผู้เข้ามามีส่วนร่วมเกินคาด มีแฟนเพจกว่า 4 พันคน และมีการแท็คข้อมูลไปมากว่า 2 ล้านคนในช่วงก่อนการเปิดตัว
จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การตอบโต้ซัลซิลของแพนทีนนั้นนอกจากจะใช้กลยุทธ์จาก Traditional Media แล้ว ยังเพิ่มช่องทางรุกโดยใช้ Social-Media เข้าถึงกลุ่มคนให้มากขึ้นไปอีก หลังจากนี้คงต้องดูว่ากลยุทธ์ที่ 3 และ 4 นั้นจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค รวมทั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์อีก 2 คนที่บอกว่าจะเปิดตัวนั้น จะเป็นแม่เหล็กสู้กับทางซัลซิลได้หรือไม่
นอกจากนี้แล้วยังมีข้อมูลที่น่าสนใจจากข่าวที่คนที่ชอบตลาด FMCG ควรจะอยากรู้
ปัจจุบัน ส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์แชมพูของพีแอนด์จี (Brand Share) ในช่วง 6 เดือนแรก ที่ 34.1% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดแชมพูรวมของค่ายยูนิลีเวอร์ (Brand Share) ในช่วง 6 เดือนแรก ที่ 50.6% โดยแชมพูแพนทีน มีส่วนแบ่งตลาดล่าสุด (6 เดือน) 14.1%
ข้อมูลข่าวและภาพประกอบจาก: กรุงเทพธุรกิจ
Related posts:



