น้องๆ นิสิต นักศึกษา ที่อยากเป็น Management Trainee ในกลุ่มบริษัทสินค้าประเภท Consumer Product หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ช่วงนี้มีคนสนใจอยากเป็นนักการตลาดสำหรับสินค้าในกลุ่ม อุปโภคบริโภคกันค่อนข้างมาก อาจจะแข่งขันสูงหน่อย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความก้าวหน้ากับผลตอบแทน รับรองว่าทำให้หายเหนื่อยแน่ แต่ตอนเริ่มเข้าสู่วงการนี้อาจจะยากสักนิดถ้าน้องๆ นิสิต นักศึกษาที่มีความฝัน แล้วไม่ย่อท้อตั้งใจทำฝันนั้นให้เป็นจริง ย่อมไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน บริษัทฯ มากมายเปิดรับสมัคร Management Trainee อย่างต่อเนื่อง โดยมากจะไม่ได้เปิดรับสมัครทุกปี แล้วแต่ว่าปีนั้นๆ มีบริษัทฯ มีตำแหน่งงานว่างพอจะเปิดรับพนักงานเพิ่มหรือไม่ ต้องพยายามตามข่าวกันเรื่อยๆ ปัจจุบันบริษัทที่เปิดโดยทั่วไปก็จะมี Unilever รับทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท แต่โดยมากวุฒิปริญญาตรีจะเป็นฝ่าย Customer Management หรือเรียกกันง่ายๆก็คือ Sales นั่นเอง โดยมากถ้าเป็น Marketing จะรับปริญญาโทมากกว่าเพราะจะไม่ติดปัญหา การลาไปเรียนต่อ แต่ก็ใช่ว่าน้องๆ ที่จบปริญญาตรีจะหมดหวัง ถ้าทางบริษัทฯ เห็นความโดดเด่นในตัวน้องๆ Johnson & Johnson รับเฉพาะปริญญาโท ไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนก็ได้ แต่ผลการศึกษาจะต้องดีมาก เพราะบริษัทฯ จะเขียนไว้ในประกาศอย่างชัดเจนเลยว่า “Strong Academic Background” ดังนั้น ถ้าจะเข้าไปทำงานที่นี้ก็ต้องจบปริญญาโทแล้วผลการเรียนก็ต้องดีด้วย Functional Trainee ของ Nestle (Thai) และ Effem (Mars Chocolate & Pedigree) รับทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท ตราจสอบข้อมูลเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครได้จาก website ของบริษัท Colgate Palmolive, Cadbury Adam, Reckitt & Beckinsel (Shieldtox & Dettol), O-Gen Management Trainee ของโอสถสภา จบปริญญาโท ไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนก็ได้ คล้ายกับ Johnson & Johnson ทราบเรื่องบริษัทที่มักเปิดรับสมัครพนักงานในสาขาอาชีพนี้ บ่อยๆไปแล้ว มาเรียนรู้ถึงคุณสมบัติพื้นฐานที่ของ Management Trainee ที่องค์กรต่างๆ มองหากันบ้าง 
คุณสมบัติ หลัก 1) ผลการเรียนสะสมเฉลี่ย หรือ GPAX ควรจะมากกว่า 3.00 ขึ้นไป ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะต้องดูเป็นกรณีไป แล้วแต่การพิจารณาของแต่ละบริษัท 2) ความสามารถทางภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ น้องๆ ควรไปสอบ TOEIC (การทดสอบวัดระดับ การใช้งานภาษาอังกฤษ ที่ได้รับมาตรฐานการยอมรับทั่วโลก) คะแนนการสอบควรเกิน 750 คะแนน จากคะแนนเต็ม 990 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนค่อนข้างมาตรฐาน ที่ใช้กันโดยทั่วไปสำหรับตำแหน่ง Management Trainee 3) ความสามารถทางการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Officeโดยเฉพาะ Word, Excel และ PowerPoint และต้องมีความสามารถในการจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะในความเป็นจริงแล้วจำเป็นมากสำหรับงานสายนี้ น้องๆ อาจจะถูกสอนให้ใช้โปรแกรมเพิ่มเติมอีก เช่น I-Sight ของ Nielson เพื่อหาส่วนแบ่งการตลาด หรือโปรแกรม ERP (Enterprise Resource Planning) เช่น SAP ที่บริษัทอย่าง Nestle หรือ Unilever ใช้กัน 4) ไหวพริบและบุคลิกภาพ อาจ จะฟังดูจับต้องได้ยากสักนิด แต่เป็นส่วนสำคัญมาก โดยมากเกณฑ์ 3 ข้อแรกด้านบนคือเกณฑ์ในการคัดกรองผู้สมัครจากจำนวนมาก ให้เหลือผู้สมัครที่คิดว่าเหมาะสมในระดับหนึ่งให้เหลือประมาณ 20 – 30 คน เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ และทำกรณีศึกษา (Case Study) โดยมาก Management Trainee ทางด้านการตลาด ต้องมีความคิดสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์ค่อนข้างสูง กล่าวคือถ้าสร้างสรรค์แต่ไม่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น ทั้ง 2 ส่วนจะต้องมาด้วยกัน นอกจากนี้ ต้องมีความเป็นผู้นำในระดับหนึ่ง เพราะเมื่อน้องๆ ต้องรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง เราต้องสามารถทำให้คนรอบข้างทำงานร่วมกับเรายอมรับในตัวเรา เพื่อให้เกิดผลสำเร็จของงาน ถ้าน้องเคยทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมาก่อนจะช่วยได้มาก |
|